เรื่องจริงที่คุณแม่ลูก 2 อยากบอก ตอน เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีสลายเซลลูไลท์กวนใจสาวๆ


เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่เรียกว่า “ผิวเปลือกส้ม” คือ ไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง มีลักษณะขรุขระคล้ายกับผิวเปลือกส้มหรือผิวมะกรูด ส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณต้นขา สะโพก ต้นแขน และหน้าท้อง บางคนขึ้นเป็นลอน ๆ เพราะมีไขมันสะสมเป็นก้อนผสมอยู่กับของเสียและน้ำปะปนอยู่ในถุงนั้น ซึ่งในแต่ละก้อนไขมันจะมีเปลือกเหนียวๆ ห่อหุ้มอยู่ จึงทำให้มองจากภายนอกแล้วเห็นเป็นลอนของไขมัน โดยเซลลูไลท์จะแตกต่างจากไขมันธรรมดาในร่างกายที่เราสามารถกำจัดออกไปได้ง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกาย แต่เซลลูไลท์ไม่สามารถกำจัดออกได้ง่ายเช่นนั้น เพราะต้องอาศัยทั้งการนวดผิวหนังร่วมกับการบริการ การออกกำลังกาย และควบคุมอาหารร่วมด้วย จึงจะสามารถกำจัดเซลลูไลท์ออกไปอย่างได้ผล

ปัญหาเซลลูไลท์ ไม่ได้มีเฉพาะกับคนอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่ในคนที่ผอม ๆ บางคนก็สามารถมีเซลลูไลท์ได้ด้วยในผู้ชายส่วนใหญ่นั้นจะมีไขมันน้อยกว่าผู้หญิง และส่วนใหญ่ก็เป็นกล้ามเนื้อ ปัญหาเซลลูไลท์จึงพบได้น้อยกว่าผู้หญิง

สาเหตุในการเกิดเซลลูไลท์ 1. ไขมันส่วนที่เกิดจากการกินอาหาร ที่มีแป้ง ไขมัน รวมไปถึงผลไม้หวานจัดและน้ำตาลเข้าไปในปริมาณที่มากๆ เมื่อร่างกายเผาผลาญหรือนำไปใช้ไม่หมดก็จะเกิดการเก็บสะสมไว้ในร่างกายรูปของไขมัน เมื่อสะสมตัวมากขึ้นก็จะกลายเป็นเซลลูไลท์ส่วนหนึ่งและทำให้ชั้นไขมันหนาขึ้น และรูปร่างอ้วนด้วย 2. ขาดการออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายจะทำให้ระบบไหลเวียนในร่างกายทำงานได้ไม่ดี การกำจัดของเสียทางเลือดและน้ำเหลืองขัดข้องและคั่งค่าง และทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล จนกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง ฉะนั้นควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องกันเป็นเวลา 30 นาที จะช่วยเผาผลาญและกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้ 3. ลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว จนส่งผลทำให้กลไกในร่างกายเกิดการตอบสนองว่าร่างกายเกิดการขาดสารอาหารและได้ทำการเก็บพลังงานเอาไว้ใช้ จนทำให้เกิดการสะสมของอาหารและไขมัน เมื่อไขมันส่วนเกินเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำจัดออกไป ก็จะกลายเป็นเซลลูไลท์ขึ้นมา 4. อยู่ในท่าเดียวนาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งนาน ๆ ยืนนาน ๆ หรืออยู่ในท่าเดียวเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดขัดข้อง การขับถ่ายของเสียทางเลือดและน้ำเหลืองไม่สะดวก นอกจากจะทำให้เกิดเซลลูไลท์แล้ว ยังอาจมีปัญหาเส้นเลือดขอดและเท้าบวมตามมาอีกด้วย 5. ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ การดื่มน้ำให้มากพอจะช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ให้ทำงานได้ตามปกติ และน้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของน้ำเลือดและน้ำเหลือง ที่จะช่วยให้การขับถ่ายของเสียนั้นเป็นไปอย่างปกติ 6. ระบบเผาผลาญมีปัญหา อย่างบางคนกินอาหารน้อยแต่อ้วน เช่น ในคนที่อายุมากขึ้น หรือในโรคบางโรคก็มีส่วนทำให้ระบบเผาผลาญอาหารในร่างกายผิดปกติได้เช่นกัน เช่น โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย 7. ความบกพร่องของระบบขับถ่ายของเสีย เมื่อร่างกายมีการขับถ่ายของเสียออกมาได้อย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เช่น จากตับและไต ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติของเสียที่สะสมไว้ในร่างกายเหล่านี้จะค่อย ๆ ก่อตัวเป็นเซลลูไลท์ 8. เกิดจากยาบางชนิด เช่น การกินยาคุมกำเนิดแล้วทำให้เกิดความไม่สมดุลของระบบระดับฮอร์โมนเอสเตรโจน การกินยานอนหลับเข้าไปจนยาเข้าไปรบกวนการทำงานตามธรรมชาติ ทำให้ระบบแปรปรวน หรือการกินยาขับปัสสาวะจนทำให้ร่างกายขาดน้ำ เป็นต้น

วิธีลดเซลลูไลท์

เซลลูไลท์นั้นสามารถกำจัดออกไปได้แค่เราต้องลงมือทำ จะอยู่นิ่งๆ เฉยๆ หรือทำแค่แปปเดียวเลิกยังไงเซลลูไลท์ก็กลับมาอยู่ที่ร่างกายเราอีก วันนี้เรามี 5 วิธีง่ายๆ ในการสลายเซลลูไลท์ให้ออกไปจากต้นแขน ต้นขา หน้าท้องของเรามาฝากกันค่ะ

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายนับเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อความงามและยังทำให้สุขภาพดีอีกด้วย แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องเซลลูไลท์ที่บริเวณต้นขาหรือน่องล่ะก็ ให้เพิ่มการออกกำลังกายด้วยการย่อเข่า ก็จะช่วยในการกำจัดไขมันและช่วยกระชับกล้ามเนื้อต้นขาและลดต้นขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ คล้าย ๆ กับการออกกำลังกายลุกนั่ง หรือหากใครชอบเดิน ก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ แต่อย่าลืมว่าการลุกขึ้นย่อเข่าควรทำอย่างน้อย 30 ครั้ง และการเดินก็ไม่ควรน้อยกว่า 30 นาทีค่ะ การกระโดดเชือกก็เป็นอีกวิธีการออกกำลังที่ช่วยลดไขมันบริเวณต้นขาได้ ซึ่งมีรายงานระบุว่า การกระโดดเชือกติดต่อกัน 15 นาที ก็เหมือนกับคุณออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งนานถึง 30 นาที ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าสูตรนี้บรรดาเหล่าเทรนเนอร์มักจะใช้กับดาราสาวฮอลลีวู้ดทั้งหลายที่อยากจะให้เชฟเฟิร์ม วิธีลดน่องโดยการกระโดดเชือกด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง จะช่วยลดแรงกระแทกลงได้มาก ไม่เกิดอันตรายต่อเข่า หรือทำให้เข่าเสื่อม เข่าพัง อย่างที่หลายคนเคยได้ยินกันมา วิธีลดน่องโดยการกระโดดเชือกที่ถูกวิธี จะกระโดดเพียงแค่ต่ำ ๆ สูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้ว โดยที่จะใช้ข้อเท้า กล้ามเนื้อน่อง รวมถึงการงอเข่าเล็กน้อย ช่วยในการดูดซับแรงกระแทกลงได้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแรงกระแทกที่เกิดขึ้นยังน้อยกว่าการวิ่งอีกด้วย การกระโดดแบบผิด ๆ ด้วยการกระโดดสูงเกินไปต่างหาก ที่มีโอกาสทำให้เข่าพังได้ จากแรงกระแทกที่สูงเกินไป

2. ควบคุมอาหาร ควรลดละเลิกทั้งของหวานจัดและมันจัด แป้ง ไอศกรีม นมที่มีมันเนยสูง อาหารเค็มจัด และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเรามีไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และให้หันมาควบคุมอาหารในแต่ละวัน กินอาหารที่มีประโยชน์และมีไขมันต่ำ ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ก็จะช่วยขับพิษที่ติดตามเนื้อ เยื่อในรูปของไขมันส่วนเกิดออกจากร่างกาย และเป็นการขจัดเซลลูไลท์ออกไปด้วย รวมทั้งควรลดหรือเลิกการดื่มน้ำอัดลม กาแฟ แอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำให้ร่างกายเสียสมดุล เนื่องจากมีสารอนุมูลอิสระมาก ทำลายเซลล์ และสะสมกลายเป็นพิษ ร่างกายขับออกได้ยาก

3. กินผักและผลไม้สดมาก ๆ นักธรรมชาติบำบัดเชื่อว่าการรับประทานผักและผลไม้สดจะช่วยลดเซลลูไลท์ที่เกิดขึ้นแล้วและช่วยป้องกันการเกิดใหม่ของเซลลูไลท์ได้มากถึงร้อยละ 75 (แต่ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด) เนื่องจากผักและผลไม้จะอุดมไปด้วยเกลือแร่ วิตามิน สารพฤกษเคมี สารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยกระตุ้นตับให้ขับพิษได้ดี ช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ขึ้น-ลงบันได สำหรับข้อแนะนำนี้เพื่อสกัดกั้นสาวๆ ที่บอกว่า "ไม่มีเวลา ๆ ออกกำลังเลย" ค่ะ ขอแต่เพียงคุณใช้เวลาพัก หรือเวลาที่ต้องทำงานให้เป็นประโยชน์ก็ช่วยได้ แม้กระทั่งเวลาสวมรองเท้าส้นสูงก็ไม่มีข้อห้ามค่ะ เพราะมีรายงานอีกด้วยว่า การขึ้นบันไดเฉลี่ยวันละ 2 ชั้นสามารถลดน้ำหนักได้ 2.7 กิโลกรัมในเวลา 1 ปี และมีหลักฐานยืนยันว่า การเดินขึ้น-ลงบันไดสามารถเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน อีกทั้งสามารถลดปริมาณไขมันในร่างกายและเพิ่มปริมาณ High-density lipoprotein (HDL) ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีได้ การขึ้นบันไดสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8-11 กิโลแคลอรี่ต่อนาที ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการลงบันไดจะใช้พลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของการขึ้นบันได การเดินขึ้นบันไดเป็นการออกกำลังกายขณะทำงานรูปแบบหนึ่งซึ่งนิยมกันมากในต่างประเทศ

การเดินขึ้นบันไดเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิค หัวใจจะแข็งแรง ทำให้กล้ามเนื้อต้นขา น่อง และก้นแข็งแรง กระชับ นอกจากนั้นที่น่าสนใจคืออาการปวดข้อน้อยกว่าการวิ่งด้วยซ้ำ

5. ครีมนวดสลายเซลลูไลท์ โดยใช้ร่วมกับการนวด วิธีนี้จะช่วยทำให้เซลลูไลท์ดูเบาบางลงได้ ซึ่งครีมนวดที่ใช้ควรจะมีส่วนผสมสำคัญที่สกัดจากธรรมชาติ เช่น SILANOL ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของ

LIPOPROTEINS-LIPASE ซึ่งจะทำให้เกิดลดการสะสมของกรดไขมัน ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารในร่างกายและเร่งการเผาผลาญไขมัน และยังช่วยเร่งการสลายไขมันเก่าที่สะสมอยู่ได้อีกด้วย

ที่มา : http://frynn.com/ http://health.kapook.com/view80506.html เรียบเรียง : cocoro hanako

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cocorohanako.com/#!cocoro-cool-gel/c5tc

Featured Posts