เรื่องจริงที่คุณแม่ลูก 2 อยากบอก ตอน ท้อง 1 ครั้ง ต้องจ่ายเท่าไหร่

คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะยังไม่เคยคำนวณค่าใช้จ่ายในระหว่างตัวน้อยๆ อยู่ในท้องว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่บางครอบครัวถึงกับปวดหัวทันทีเมื่อเห็นค่าใช้จ่ายที่ต้องตามมา เพราะอาจจะไม่ได้เตรียมเงินล่วงหน้าไว้มากพอแต่ถึงจะเสียเงินมากแค่ไหนการมีตัวน้อยๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ดังนั้นมาดูกันว่าเราจะวางแผนทางการเงินเพื่อเจ้าตัวเล็กอย่างไรไม่ให้เราต้องทุกข์

ฝากครรภ์ อันดับแรกเลยเมื่อทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ ก็เตรียมตัวเตรียมใจเสียสตางค์ได้เลย เพราะเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์แล้วก็จะต้องไปหาหมอเพื่อฝากครรภ์ สำหรับค่าฝากครรภ์นั้นมีราคาที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่ โรงพยาบาลของรัฐก็จะถูกลงมาหน่อยแต่เรื่องความสะดวกสบายก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่เนอะ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนราคาก็สูงใช่ย่อยแต่ความสะดวกสบายก็ตามที่เราจ่ายไปแหละซึ่งก็รวมถึงคลินิคพิเศษด้วย แต่ก็ขึ้นกับสุขภาพของแต่ละคนด้วย บางคนอาจจะจ่ายมากเพราะมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพที่จะต้องตรวจมากขึ้น เมื่อฝากครรภ์แล้วคุณหมอจะนัดตรวจครรภ์โดยเฉลี่ยประมาณ 9-12 ครั้ง/รอบครรภ์ ซึ่งในแต่ละครั้งก็จะมีค่าตรวจ ค่ายา ค่าอัลตร้าซาวด์ค่าวัคซีน ค่าตรวจเลือด เจาะน้ำคร่ำ ตรวจพิเศษอื่นๆ เป็นต้น

เรามาดูการเปรียบเทียบราคาในการฝากครรภ์โดยประมาณของโรงพยาบาลรัฐกับโรงพยาบาลเอกชนกัน โรงพยาบาลรัฐ ค่าฝากครรภ์ครั้งแรก (รวมค่าตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ค่าแพทย์ ฯลฯ) ประมาณ 1,500 บาท ค่าตรวจครรภ์ ครั้งละประมาณ 80-300 บาท ค่ายาตลอดการตั้งครรภ์ ประมาณ 1,000 บาท ค่าอัลตร้าซาวด์ ครั้งละประมาณ 500 บาท ค่าวัคซีน ประมาณ 200 บาท

หมายเหตุ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆ กรณีที่คุณแม่มีภาวะเสี่ยงต่างๆ

โรงพยาบาลเอกชน ส่วนมากจะเป็นแพ็คเกจเหมาจ่าย โดยครอบคลุมการตรวจทั้งหมด และแบ่งชำระเป็นงวด ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโรงพยาบาล บางแห่งรวมการฝากครรภ์ไว้กับแพ็คเกจคลอดด้วยก็มี ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นเริ่มต้นที่ 10,000-30,000 บาท

หมายเหตุ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆ กรณีที่คุณแม่มีภาวะเสี่ยงต่างๆ

คลอด สำหรับค่าฝากครรภ์นั้นมีราคาที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่ โรงพยาบาลของรัฐก็จะถูกลงมาหน่อยแต่เรื่องความสะดวกสบายก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่เนอะ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนราคาก็สูงใช่ย่อยแต่ความสะดวกสบายก็ตามที่เราจ่ายไป รวมไปถึงการคลอดด้วย หากคลอดธรรมชาติจะราคาก็จะถูกกว่าการผ่าตัดคลอด

มาดูการเปรียบเทียบราคาในการคลอดโดยประมาณของโรงพยาบาลรัฐกับโรงพยาบาลเอกชนกัน

โรงพยาบาลรัฐ คลอดธรรมชาติ ประมาณ 5,000-10,000 บาท ผ่าคลอด ประมาณ 15,000 -25,000 บาท ราคานี้รวมค่าห้องแล้ว โดยราคาห้องมีตั้งแต่ 500-3,000 บาท สำหรับจำนวนวันที่นอนโรงพยาบาล หากคลอดธรรมชาติจะนอนโรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน หากผ่าคลอดประมาณ 4-5 วัน

โรงพยาบาลเอกชน คลอดธรรมชาติ ราคาประมาณ 30,000-50,000 บาท ผ่าคลอด ราคาประมาณ 60,000-100,000 บาท (ส่วนมากจะรวมค่าห้องแล้วในแพ็คเกจ) หากคลอดธรรมชาติจะนอนโรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน หากผ่าคลอดประมาณ 4-5 วันเช่นกัน

มาดูตารางเปรีบเทียบค่าคลอดระหว่างปี 58 กับ 59 ว่าที่ไหนขึ้น ที่ไหนลดบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ

หมายเหตุ : อย่าลืมตรวจสอบราคากับทางโรงพยาบาลก่อนใช้บริการ เพราะโรงพยาบาลบางที่มี แนวโน้มขึ้นค่ารักษา 10% ทุกปี

หมายเหตุ : อย่าลืมตรวจสอบราคากับทางโรงพยาบาลก่อนใช้บริการ เพราะโรงพยาบาลบางที่มี แนวโน้มขึ้นค่ารักษา 10% ทุกปี

ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดมีสิทธิต่างๆ เช่น ข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง ก็สามารถเบิกจ่ายค่าคลอดได้เรามาดูกันว่าสิทธิต่างๆ สามารถเบิกจ่ายค่าคลอดบุตรได้เท่าไหร่กัน

สิทธิประกันสังคม จะได้รับค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่ายครั้งละ 13,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วจึงทำเรื่องเบิกทีหลัง ที่สำคัญคือภายใน 15 เดือนก่อนการคลอด คุณแม่ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน จึงจะได้สิทธิ สิทธิที่กล่าวมานั้น ได้แก่ ค่าคลอดบุตร ค่าชดเชยค่าจ้างจากการหยุดงานในอัตราร้อยละ 50 เป็นเวลา 90 วัน และค่าสงเคราะห์บุตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่รายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานประกันสังคม sso.go.th หรือสายด่วน 1506

สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง 30 บาท ก็สามารถใช้สิทธิได้ทั้งการฝากครรภ์และคลอดบุตร โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และหากคุณแม่มีสิทธิบัตรทอง คุณพ่อมีสิทธิประกันสังคม สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อเบิกค่าคลอดบุตรได้ ทั้งนี้ บัตรทองจะไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น การอัลตร้าซาวด์ดูเพศบุตร เป็นต้น ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบสิทธิและรายละเอียดต่างๆ ของโรงพยาบาลที่ไปเข้ารับการรักษาก่อน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า nhso.go.th หรือสายด่วน 1330

หลังคลอด หลังจากที่คลอดแล้วค่าใช้จ่ายก็ยังไม่หยุดแค่ที่ค่าฝากครรภ์ ค่าคลอด แต่ยังมีค่าใช้จ่ายหลังคลอดไปอีกเรื่อยๆ ทั้งค่าเสื้อผ้า ค่าผ้าอ้อม ค่าข้าวของเครื่องใช้ ค่านมอีกและค่าจิปาถะต่างๆ แล้วคุณแม่จะต้องลาคลอดหยุดงานไปอีกรายได้ก็ยิ่งหายไปกันใหญ่ หรือบางครอบครัวลูกมีปัญหาสุขภาพก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกแต่ถ้าหากคุณแม่มีประกันสังคมก็จะได้รับค่าชดเชยจากการหยุดงานร้อยละ 50 เป็นเวลา 90 วัน (ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท) และยังได้ค่าสงเคราะห์บุตรอีกเดือนละ 400 บาท/บุตรหนึ่งคน ไปจนลูกอายุ 6 ขวบ

แต่มีข้อแม้ว่าต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนบุตรคลอด และใช้สิทธิค่าสงเคราะห์บุตรได้ไม่เกิน 3 คน แต่ถ้าหากใครลืมใช้สิทธิ สำนักประกันสังคมจะโอนงินค่าสงเคราะห์บุตรย้อนหลังให้รวมไม่เกิน 1 ปี

สรุปค่าใช้จ่าย การที่จะเลี้ยงลูกแต่ละคนให้โตขึ้นมามันไม่ง่ายเลย แต่ลูกก็ทำให้เรามีความสุขเสมอถ้าหากคุณพ่อคุณแม่เลือกใช้บริการโรงพยาบาลรัฐ อาจจะต้องเตรียมเงินออมไว้อย่างน้อย 30,000-50,000 บาท หากเลือกโรงพยาบาลเอกชน ประมาณ 80,000-150,000 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจเพิ่มไปตามปัจจัยอื่นๆ ได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาลกรณีป่วยฉุกเฉินหรือมีภาวะแทรกซ้อน ค่าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้นดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ วางแผนการเงินตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน เพื่อไม่ให้ครอบครัวมีปัญหา อย่าลืมวางแผนการเงินกันนะคะ

ที่มา : Amarin Baby & Kids เรียบเรียง : cocoro hanako

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cocorohanako.com/#!cool-organic/c1h2j

Featured Posts